วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดสงขลา


วันที่ 1 พฤศจิกายน 2555
หลังจากที่เกิดเรื่องวุ่นๆในที่ทำงานเก่า ผมจึงขอย้ายตัวเองมาทำงานที่สถานีวิทยุกระจากเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดสงขลา ซึ่งงานวิทยุกระจายเสียงนี้ผมเคยทำมาตั้งแต่เริ่มบรรจุเข้าทำงานเมื่อยี่สิบกว่าปีมาแล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่งานใหม่สำหรับผมแต่อย่างใด ต่างกันก็ตรงสถานที่และเทคโนโลยีต่างๆที่ปัจจุบันพัฒนาจากการเปิดแผ่นเสียงมาใช้คอมพิวเตอร์แทน และสถานที่คือเมื่อก่อนบรรจุครั้งแรกที่ สวท.นครศรีธรรมราช แต่ตอนนี้ได้มาช่วยงานที่ สวท.สงขลา  โดยหลังจากที่มาเห็นอาคารสถานที่ซึ่งเป็นอาคารเก่าสร้างตั้งแต่ปี 2511 หรือ 44 ปี มาแล้ว แต่ก็ได้รับการปรับปรุงอยู่เสมอทำให้บรรยากาศที่นี่น่าทำงาน น่าอยู่มาก เพราะสะอาดสะอ้าน และการออกแบบตกแต่งได้อย่างลงตัว แม้ว่าปกติผมจะไม่นิยมสีม่วงแต่ก็แอบชื่นชมที่คนออกแบบเขาไม่ให้ดูม่วงจนน่าเกลียด

ห้องรับแขกและห้องทำงานของ สวท.สงขลา ที่ได้รับการออกแบบตกแต่งให้ทันสมัยแม้ว่าตัวอาคารจะสร้างมาสี่สิบกว่าปีแล้ว
หลังจากชื่นชมกับสถานที่แล้วตามธรรมเนียมก็ต้องเข้าไปรายงานตัวกับท่านผู้อำนวยการ ณรงค์ ชื่นนิรันด์ ตามธรรมเนียมซึ่งหลังจากพูดคุยรายงานตัวเสร็จก็ได้รับงานแรกทันที นั่นคือตามท่าน ผอ.ณรงค์ไปที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา ซึ่งท่านเป็นประธานกรรมการประกวด ดีเจ.เยาวชน ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจัดขึ้น ซึ่งรายละเอียดและผู้ชื่อผมได้ลองนำมาให้ชมกันครับ

      นี้คืองานแรกที่มารับหน้าที่ ที่ สวท.สงขลา ซึ่งได้ทำสกู้ปข่าวออกเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ด้วย เหมือนกับเนื้อหาในสกุ้ปครับ บางครั้งการเป็นนักจัดรายการวิทยุหลายคนคิดว่าไม่ยาก แค่เข้าห้องส่งเปิดไมค์ แล้วก็พูดๆๆ แต่สิ่ง ที่พูดไปนั้นบางครั้งไร้สาระจนกลายเป็นขยะทางอากาศ มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา เขาจึงได้จัดโครงการนี้ขึ้นเพื่อปลูกฝังจิตสำนึก ตลอดจนสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของคนจัดรายการวิทยุกันตั้งแต่เด็กครับ....
   
    ความแตกต่างแม้จะอยู่ใกล้กันแค่ 20 กิโลเมตร
      แม้ว่าระยะทางจากสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 สงขลา รวมทั้งสำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 และ สวท.สงขลา จะมีระยะทางห่างกันแค่ 20 กิโลเมตร แต่บรรยากาศ สไตล์การทำงานและการใช้ชีวิตของที่นี่กลับแตกต่างอย่างลิบลับกับที่หาดใหญ่ เพราะที่ สวท.สงขลา ค่อนข้างที่จะอยู่กันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยแบบพี่แบบน้อง อาจเป็นเพราะว่าจำนวนที่ไม่มากนักหรือจากปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้รู้สึกเป็นมิตรเมื่อแขกเหรื่อมาเยี่ยมเยือน น้องๆพี่ๆทุกคนจะทักทายโอภาปราศัยไม่มีหน้าบึ้งตึงแม้บางครั้งที่อาจมีบ้างยามอารมณ์ไม่ดี  แต่สังเกตุมาหลายวันแล้วว่าน้อยครั้งมากจะมีการกระทบกระทั่งหรือทะเลาะเบาะแว้ง ต่างจากบรรยากาศการทำงานที่ผมเพิ่งก้าวออกมา

    โครงการมอบหนังสือให้น้อง
     เป็นความคิดริเริ่มของท่าน ผอ.ณรงค์  ชื่นนิรันดร์ และเจ้าหน้าที่ของ สวท.สงขลา ที่อยากทำเรื่องดีๆที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม จึงได้ระดมความคิดกันและมาลงเอยที่การมอบความรู้ สติปัญญาแก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งหลังจากที่มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ออกไปก็มีผู้ฟังที่สนใจนำหนังสือมามอให้เป็นจำนวนมาก จากที่ผมสังเกตุได้เห็นว่าบางท่านรักษาหนังสือที่นำมาบริจาคไว้เป็นอย่างดีดูได้จากสภาพของหนังสือที่แม้จะผ่านกาลเวลาแต่ก็ยังอยู่ในสภาพที่ดี และที่น่ายกย่องก็คือแม้ว่าจะรักหนังสือมากแต่ก็สามารถตัดใจนำมาบริจาคเข้าร่วมโครงการกับ สวท.สงขลา ได้
ตัวอย่างของหนังสือที่ได้รับบริจาค ซึ่งเจ้าของเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี
     และหลังจากที่รวบรวมหนังสือได้กว่าหนึ่งพันเล่ม ทีมงาน สวท.สงขลา จึงได้ค้นหาโรงเรียนที่มีห้องสมุดแต่หนังสือยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของเด็กนักเรียน และแล้วครั้งแรกของการมอบหนังสือเพื่อน้องทีมงานจึงเลือกเอาโรงเรียนวัดผาสุกาวาส อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ในการมอบหนังสือซึ่งพิธีมอบมีขึ้นในวันอังคาร ที่ 6 พฤศจิกายน 2555 โดยมีท่านเขต อารมณ์ คงสกูล ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 เป็นประธานในการมอบ ซึ่งผมได้ทำเป็นสกู้ปข่าวโทรทัศน์เผยแพร่ออกอากาศทางช่อง 11 ด้วยครับ
 
     แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยในสายตาของคนทั่วๆไป แต่ก็เป็นเรื่องราวดีดี ที่ทีมงานสวท.สงขลา ได้ร่วมกับผู้ฟังแฟนๆรายการที่มีจิตศรัทธา ดำเนินการเพื่อเสริมอาวุธทางปัญญาแก่เด็กๆน้องๆนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล แม่ว่าปัจจุบันหนังสือออนไลน์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์จะเข้ามาทดแทนหนังสือมากขึ้น แต่ความครอบคลุมของสัญญาณและเนื้อหาต่างๆทั้งในอดีตและปัจจุบันก็ยังไม่ได้บรรจุลงในหนังสือเหล่านั้น ทำให้หนังสือที่เป็นกระดาษก็ยังมีความสำคัญต่อการศึกษาหาความรู้แก่เด็กๆในท้องถิ่นต่างๆอยู่นั่นเอง ส่วนการมอบหนังสือครั้งต่อไปจะเป็นที่ไหนนั้น ผมจะนำมาเล่าให้ฟังต่อไปเรื่อยๆนะครับ...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น